กลับหน้าแรก

การเขียนแบบมีโครงสร้างคืออะไร

อธิบายว่าการเขียนแบบมีโครงสร้างคืออะไร พร้อมตัวอย่างก่อนและหลังจัดโครงสร้าง เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจง่ายขึ้นและเห็นเหตุผลชัดเจนขึ้น

การเขียน, โครงสร้างบทความ, เขียนให้อ่านง่าย, เทคนิคการเขียน
กระต่ายขาวตัวเล็ก

การเขียนแบบมีโครงสร้างคืออะไร

บทเรียนนี้ช่วยเรื่องอะไร

บทเรียนนี้ช่วยให้เดือนเข้าใจว่า การเขียนที่ดีไม่ได้แปลว่าเขียนยาวหรือใช้คำสวยเสมอไป

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือการจัดโครงสร้าง เพื่อให้คนอ่านรู้ว่าเนื้อหากำลังพูดเรื่องอะไร อะไรคือประเด็นหลัก และควรอ่านตามลำดับไหน

การเขียนแบบมีโครงสร้างคืออะไร

การเขียนแบบมีโครงสร้าง คือการจัดความคิดให้เป็นลำดับก่อนเขียนหรือระหว่างเขียน

แทนที่จะเขียนทุกอย่างต่อกันเป็นก้อนเดียว เราแบ่งเนื้อหาเป็นส่วน เช่น ชื่อเรื่อง หัวข้อ ย่อหน้า รายการ และสรุป

โครงสร้างช่วยให้คนอ่านมองเห็นเส้นทางของบทความ เหมือนมีป้ายบอกทางระหว่างอ่าน

ภาพเปรียบเทียบข้อความที่ไม่มีโครงสร้างกับข้อความที่มีชื่อเรื่อง หัวข้อ ย่อหน้า และจุดสำคัญชัดขึ้น

ทำไมต้องเขียนแบบมีโครงสร้าง

คนอ่านมักไม่ได้อ่านทุกคำอย่างละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบ

หลายครั้งคนอ่านจะกวาดตาดูก่อนว่า บทความนี้เกี่ยวกับอะไร มีหัวข้ออะไรบ้าง และส่วนไหนสำคัญ

ถ้าบทความมีโครงสร้างดี คนอ่านจะเข้าใจเร็วขึ้น เพราะเห็นภาพรวมก่อน แล้วค่อยอ่านรายละเอียด

โครงสร้างยังช่วยคนเขียนด้วย เพราะทำให้รู้ว่าตัวเองกำลังเขียนเรื่องไหนอยู่ และยังขาดส่วนใดบ้าง

ตัวอย่างที่ยังไม่มีโครงสร้าง

ลองอ่านตัวอย่างนี้:

วันนี้ฉันอยากอธิบายเรื่องการใช้ Google Docs เพราะเป็นเครื่องมือที่ใช้พิมพ์งานได้และไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่ม ถ้าเปิดเอกสารแล้วควรตั้งชื่อก่อนเพราะจะได้หาเจอง่าย จากนั้นก็พิมพ์เนื้อหาและควรแบ่งหัวข้อด้วย ถ้าไม่แบ่งหัวข้อคนอ่านอาจไม่รู้ว่าแต่ละส่วนพูดเรื่องอะไร และถ้าจะส่งให้คนอื่นก็ควรตรวจดูก่อนว่าเนื้อหาครบหรือยัง

ข้อความนี้ไม่ได้ผิด แต่มีหลายความคิดอยู่ในย่อหน้าเดียว

คนอ่านอาจต้องอ่านซ้ำเพื่อจับใจความว่า ประเด็นหลักมีอะไรบ้าง

ตัวอย่างที่จัดโครงสร้างแล้ว

ลองจัดใหม่แบบนี้:

ใช้ Google Docs เพื่อพิมพ์งาน

Google Docs เป็นเครื่องมือสำหรับพิมพ์เอกสารผ่านเว็บ จึงเหมาะกับงานง่าย ๆ ที่ไม่อยากติดตั้งโปรแกรมเพิ่ม

ตั้งชื่อเอกสารก่อน

หลังสร้างเอกสารใหม่ ควรตั้งชื่อให้ชัดเจน เพราะจะช่วยให้กลับมาหาใน Google Drive ได้ง่ายขึ้น

แบ่งหัวข้อให้อ่านง่าย

ถ้าเอกสารมีหลายเรื่อง ควรแบ่งเป็นหัวข้อ เช่น วิธีเปิดเอกสาร วิธีพิมพ์ข้อความ และวิธีแชร์เอกสาร

ตรวจดูก่อนส่ง

ก่อนส่งเอกสารให้คนอื่น ควรอ่านทวนว่าเนื้อหาครบ ชื่อเอกสารถูกต้อง และรูปแบบอ่านง่าย

หลังจัดโครงสร้างแล้วดีขึ้นอย่างไร

เนื้อหาเดิมไม่ได้เปลี่ยนมาก แต่คนอ่านเข้าใจง่ายขึ้น เพราะเห็นหัวข้อก่อน

สิ่งที่ดีขึ้นคือ:

  • เห็นประเด็นหลักเร็วขึ้น
  • รู้ว่าแต่ละย่อหน้ากำลังพูดเรื่องอะไร
  • ข้อความไม่แน่นเป็นก้อนเดียว
  • กลับมาแก้ไขเฉพาะส่วนได้ง่าย
  • จุดสำคัญไม่หายไปในย่อหน้ายาว ๆ

นี่คือเหตุผลที่บทความเรียนรู้ควรมีโครงสร้าง ไม่ใช่เพื่อให้ดูเป็นทางการเท่านั้น แต่เพื่อช่วยให้คนอ่านไม่เหนื่อย

โครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ได้บ่อย

ถ้ายังไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ใช้โครงสร้างง่าย ๆ นี้ได้:

  1. ชื่อเรื่อง
  2. บอกว่าบทความนี้ช่วยเรื่องอะไร
  3. อธิบายแนวคิดหลัก
  4. แบ่งเนื้อหาเป็นหัวข้อย่อย
  5. ใส่ตัวอย่างหรือขั้นตอน
  6. บอกข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  7. สรุปสั้น ๆ

โครงสร้างนี้เหมาะกับบทความสอน บทความอธิบาย และบันทึกการเรียน

วิธีเริ่มฝึก

ก่อนเขียน ให้ลองจดหัวข้อคร่าว ๆ ก่อน

ไม่ต้องเขียนประโยคสวยในทันที ให้ถามตัวเองว่า:

  1. คนอ่านควรรู้อะไรก่อน
  2. ประเด็นหลักมีกี่ข้อ
  3. แต่ละข้อควรมีตัวอย่างไหม
  4. ตอนจบควรสรุปว่าอะไร

เมื่อได้โครงคร่าว ๆ แล้วค่อยเติมรายละเอียดในแต่ละส่วน

แบบฝึกเล็ก ๆ

ลองเขียนเรื่อง สิ่งที่ฉันเรียนวันนี้ แบบไม่มีโครงสร้างก่อน 1 ย่อหน้า

จากนั้นจัดใหม่ให้มี:

  1. ชื่อเรื่อง
  2. หัวข้อ วันนี้เรียนเรื่องอะไร
  3. หัวข้อ สิ่งที่ทำได้แล้ว
  4. หัวข้อ สิ่งที่อยากฝึกต่อ
  5. สรุปสั้น ๆ

ลองอ่านเทียบกัน จะเห็นว่าเวอร์ชันที่มีหัวข้อช่วยให้เข้าใจง่ายกว่า

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ข้อผิดพลาดแรกคือคิดว่าโครงสร้างคือการทำตัวหนังสือให้ใหญ่หรือสวยเท่านั้น จริง ๆ แล้วโครงสร้างคือการจัดความคิดก่อน

ข้อผิดพลาดที่สองคือมีหัวข้อเยอะเกินไป แต่แต่ละหัวข้อมีเนื้อน้อยมาก ทำให้บทความแตกเป็นชิ้นเล็กเกินไป

อีกเรื่องคือหัวข้อไม่ตรงกับเนื้อหา เช่น หัวข้อบอกเรื่องหนึ่ง แต่ย่อหน้าข้างล่างพูดอีกเรื่องหนึ่ง

สรุปสั้น ๆ

การเขียนแบบมีโครงสร้างคือการจัดเนื้อหาให้เป็นลำดับ มีชื่อเรื่อง หัวข้อ ย่อหน้า ตัวอย่าง และสรุปที่ชัดเจน โครงสร้างช่วยให้คนอ่านเข้าใจง่ายขึ้น เห็นจุดสำคัญเร็วขึ้น และตามเหตุผลของบทความได้ชัดเจนกว่าเดิม